การล้างไขมันในลำไส้

เคยไหม ได้ยินหลายคนบ่นว่า

– ทำไมฉันกินอะไรสักเท่าไหร่เพื่อให้ร่างกายดีขึ้น หายจากโรคนั้นโรคนี้ กินให้ตายยังไงก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น

– ทำไมคนนั้นคนนี้ใช้สิ่งเดียวกันกับฉัน กลับได้ผล ทำไมของฉันไม่ได้ผล

ถ้าไม่แก้ที่ต้นทางปลายทางก็ไม่ส่งผล ไม่ก็ส่งผลน้อยมาก

เคยสังเกตุไหมว่า คนเราทานอะไรเข้าไปตั้งมากมาย แต่ขับถ่ายออกมาเพียงนิดเดียว ที่เหลือมันไปไหน  แล้วเคยสังเกตุไหมว่า  อาหารถุงๆผัดๆแกงๆที่เรามักสะดวกซื้อกันมาทาน เวลามันถูกแช่เย็นแล้วเคยสังเกตุไขมันที่เกาะในถุงไหมว่า  ขนาดเราเอามือเข้าไปล้วงล้างถุงไขมันยังออกอย่างยากเลย  แล้วนับประสาอะไรกับลำไส้มนุษย์ ใครจะเอามือเข้าไปล้วงล้างได้อย่างไร ถ้าไม่ใช้อาหารบางอย่างช่วยละลายหรือดีท๊อกซ์ออกมาบ้าง  แล้วอย่างนี้สิ่งดีดีที่เราพยายามกินเข้าไปแก้อาการอะไรมันจะถูกดูดซึมไปช่วยได้อย่างไรถ้าไม่ล้างระบบดูดซึมให้ดีก่อน คือแก้ที่ต้นทางก่อน

ทุกวันนี้มนุษย์บริโภคน้ำมันพืชกันมาก โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม และส่วนใหญ่คนจะไม่ค่อยมีเวลาก็ต้องซื้อทานจากนอกบ้าน อาหารของคนไทยก็มีสารพัดตั้งแต่  ต้ม ผัด แกง ทอด ปิ้ง ย่าง นึ่ง ยำหรือแม้แต่กึ่งสุกกึ่งดิบ  แต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสีย  แต่ถ้าเราอยากให้สุขภาพเราดี เราจำต้องเรียนรู้ไว้บ้างว่า การยึดติดรสชาดมากเกินไปโดยไม่คำนึงถึงที่มา  เราอาจตายผ่อนส่ง  จะดีกว่าไหมถ้าเรารักตัวเอง ดูแลตัวเองให้ดีเสียแต่วันนี้ เพื่อวันข้างหน้าจะได้ไม่เป็นภาระคุณหมอที่นับวันเหลือน้อยลงทุกที ไม่พอกำลังจะดูแลประชากรมากมายที่เจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทุกวันได้   อีกทั้งการที่เรารักตัวเองดูแลตัวเองให้มีชีวิตยาวนานที่สุด เราอาจใช้เวลาเหล่านั้นได้ทำประโยชน์ต่อครอบครัว หรือสังคมได้อีกตั้งมากมาย ไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร

ถึงแม้ว่าก่อนที่ใครจะเชื่อข้อมูลหรือคำแนะนำอะไรที่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้จริงหรือเปล่า ไม่จำเป็นต้องเชื่อคนเขียนก็ได้ แต่หากเราเป็นคนช่างสังเกตุและคิดหาเหตุผลมาประกอบ ศึกษาด้วยการสัมผัสจริงบ้าง และดูหลักการปฏิบัติตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง ก็จะประกอบความคิดตัดสินใจเราเองได้ว่า  ควรไปในทางใด  ไม่ใช่อะไรที่เป็นของโบราณปฏิบัติกันมาก็จะคิดว่าเป็นเรื่องล้าสมัยไปเสียหมด  เพราะสมัยนี้อย่าลืมว่าอะไรที่ศาสตร์สมัยใหม่แก้ไม่ได้ ก็ไม่พ้นที่คนที่หมดหนทางต้องย้อนกลับไปหาทางเลือกที่มาจากธรรมชาิติอยู่ดี

ผู้เขียนได้รับการถ่ายทอดข้อมูลความรู้บางเรื่องมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ รุ่นคุณแม่ ที่บางทีท่านฟังรายการจากนักธรรมชาติบำบัดบ่อยๆ แล้วก็นำมาบอกเล่าลูกหลานให้เป็นความรู้นำไปปฏิบัติ ดีกว่าวันหนึ่งต้องไปพึ่งหมอเป็นภาระคุณหมอตามโรงพยาบาล เช่น บางคนถ้าสังเกตุตัวเองดีดี ก็พอจะวินิจฉัยตัวเองว่า ระบบดูดซึมทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ  เช่น ดื่มน้ำไม่ทันไร ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ  ทำไมบางคนอยู่ได้หลายชั่วโมงไม่ต้องลุกเข้าห้องน้ำอย่างเราแล้วก็ไม่ได้อั้นปัสสาวะด้วย  หนึ่งในสัญญาณนั้นบ่งบอกถึงระบบดูดซึมเราไม่ดี  แทนที่น้ำจะถูกดูดซึมไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายให้ทั่วถึง กลับต้องถูกขับออกบ่อยๆ

ผู้เขียนขออนุญาตบอกเล่าความรู้ต่างๆบางส่วนในนี้โดยอ่านหรือคัดลอกมาจาก  หนังสือ กินเป็นลืมป่วย ที่มีอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา เป็นผู้บรรยาย และคุณนิพนธ์  วีระธรรมานนท์ เป็นผู้เรียบเรียง , สุขภาพดีวิถีไทยกับสมุนไพรปัญจะศรี ของชมรมสมุนไพรปัญจะศรี บรรยายโดยอาจารย์สุพัตรา  ประคองวงษ์ และ  อาจารย์สุทธิวัสส์  คำภา

ชามะละกอ

อาจารย์แพทย์แผนไทยได้เปรียบเทียบให้ฟังถึงในร่างกายมนุษย์  ว่าลำไส้ที่มีไขมันเกาะผนังอยู่จำนวนมาก ถ้าไม่ดูแลสุขภาพด้วยการล้างไขมันในลำไส้ออกบ้าง  ยิ่งเราต้องบริโภคอาหารผัดน้ำมันเข้าไปเรื่อยๆไขมันที่ไปเกาะผนังลำไส้ก็จะสะสมไปเรื่อยๆจนวันหนึ่งโรคภัยไข้เจ็บก็เกิดขึ้นกับเรา  ก็ไม่ต่างจากคนที่กินข้าวแล้วไม่ล้างจานเอาจานเก่ามาใส่อาหารใหม่กินไปเรื่อยๆ

ชามะละกอ  จัดเป็นอีกหนึ่งสูตรในการล้างไขมันในลำไส้แบบประหยัดที่สุด  เพราะวิธีอื่นอย่างเช่น สูตรโยเกิต+นม+น้ำผึ้ง+มะนาว ก็ใช้งบมากกว่าวิธีนี้   ประโยชน์เมื่อดื่มชามะละกอเป็นการล้างลำไส้ในแบบที่ไม่ต้องสวนทวาร คราบไขมันที่เกาะตามผนังลำไส้ที่ถูกสะสมมานานแรมปีจากการบริโภคอาหารที่ผัดน้ำมันหรือมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม เป็นจำพวกไขมันอิ่มตัว เป็นไข ย่อยยาก แม้จะทนความร้อนสูง ทอดอาหารได้กรอบอร่อยน่ารับประทานแต่ก็ทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดสูง  ลองคิดดูนะคะหากเราเคยสังเกตุคนที่ทำอาหารผัดๆทอดๆด้วยนำ้มันประเภทนี้ประจำไม่ว่าจะบ้านเราเองหรือร้านค้า เราจะเห็นคราบของไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังครัวใกล้ๆเตา หรือแม้แต่บนปล่องควัน  สะสมนานนับปีๆแค่เห็นอย่างนั้นก็เหมือนจะล้างยากแล้ว นับประสาอะไรกับในร่างกายมนุษย์ที่ทั้งบริโภค ทั้งสูดดมเข้าไป โดยเฉพาะคนทำครัวที่หมกมุ่นแต่ในครัวที่การระบายไม่ดีนัก สิ่งที่สูดเข้าไปจะสะสมเพียงไร   แต่น้ำมันแต่ละชนิดทั้งอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป  จึงทำให้อาหารที่เรารับประทาน บางทีต้องเลือกชนิดของน้ำมันในการปรุง  หากเริ่มจากการลดปริมาณการบริโภคอาหารทอดหรือผัดน้ำมันปาล์มลงบ้างไม่ได้ก็ควรรู้จักวิธีล้างไขมันเหล่านี้ออกจากร่างกายเสียบ้าง  เพื่อที่เวลาระบบดูดซึมดีแล้วเพราะไขมันถูกขจัดออกบ้าง  เวลาจะกินอาหารทีดีดีเข้าไปเสริมสร้างภูมิร่างกายจะได้ถูกดูดซึมได้ดีเห็นผลเร็วขึ้น   ถ้าไม่ขจัดออกก็จะได้แค่ความอิ่มไม่ได้สารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเต็มที่

การทำชามะละกอดื่มเพื่อสุขภาพ

มะละกอดิบล้างผิวนอกให้สะอาด

ปอกเปลือกทิ้งแล้วหั่นเป็นชิ้นๆหนาประมาณนิ้ว ใช้ต้มสักครึ่งลูกก็ได้ ในภาพนี้ไม่อยากเหลือไว้เลยใช้ทั้งลูกเลย  ทำทานจริงๆอย่ามากขนาดนี้นะคะไม่เกินสิบชิ้นก็พอแล้ว

 

 

นำเอาผลมะละกอดิบที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไปปอกเปลือกทิ้งไปและหั่นสักครึ่งลูก หั่นชิ้นใหญ่หน่อยก็ได้แล้วต้มกับน้ำสัก 3-4 ลิตร อาจเพิ่มเติมดอกเก๊กฮวยหรือรากเตยลงไปก็ได้ เพราะดอกเก๊กฮวยและใบเตยจะบำรุงหัวใจ รากเตยช่วยฟื้นฟูตับอ่อนให้มีกำลัง หรือถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เมื่อต้มจนน้ำเดือดสักพักก็ดับไฟ   กรองเอาแต่น้ำไปชงชา จะเ็ป็นชนิดชาใบหม่อนหรือชาเขียว ชาทั่วไปก็ได้สักครึ่งกำมือ  และการแช่ชาก็ไม่ควรเกิน 3 นาที เสร็จแล้วกรองเอาแต่น้ำอีกทิ้งกากชาไป จะรอให้เย็นแล้วดื่มก็ได้ เมื่อเย็นแล้วก็สามารถใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 3 วัน  แต่บางทีนานกว่านั้นหน่อยก็ยังดื่มได้ คือส่วนใหญ่ทำครั้งนึง สามวันก็ดื่มหมดซะแล้ว สามารถนำมาดื่มได้ทุกวัน สารในมะละกอจะไปถักทอกับสารในใบชาทำให้ย่อยไขมันและชะล้างออกจากผนังลำไส้ได้  และการทำชามะละกอ ก็ควรทานจืดๆไม่ควรเติมน้ำตาล เพราะเมื่อเราบริโภคอาหารที่มีไขมันเจอกับของหวานหรือชาที่เติมน้ำตาล ทำให้กลายเป็นไขมันฝ่ายร้ายได้

เคยมีคนสงสัยว่า  ชามะละกอล้างระบบดูดซึมได้จริงหรือ   กินนานแค่ไหน   กินมากๆเป็นอะไรไหม   ส่วนประกอบในการทำชามะละกอ  ก็ไม่มีอะไรเป็นอันตรายเลย  มะละกอ ก็เป็นมะละกอตำส้มตำนี่แหละ  ยางในมะละกอมีประโยชน์และเป็นส่วนสำคัญช่วยในการขจัดไขมันในลำไส้   และที่น่าสังเกตุ ทำไมคนเฒ่าคนแก่หลายๆท่านก็ชอบดื่มชา ไม่ว่าจะเป็นยามเช้านั่งจิบร้อนๆ หรือหลังอาหารมื้อมีไขมันแล้วก็ดื่มชาเข้าไปบ้าง  และยิ่งถ้าเป็น แกงส้ม  อาหารสุดยอดในครัวของไทยเรานี่แหละ  ถ้ามีมะละกอเป็นส่วนประกอบทำแกงส้ม  เชื่อเถอะ ประโยชน์มากมาย แถมไม่แพง อร่อยด้วย ช่วยร่างกายดีด้วย

อย่างไรก็ตาม การดื่มชา อาจมีข้อห้ามหรือควรหลีกเลี่ยงเป็นส่วนใหญ่สำหรับบางคน  ควรศึกษาวิธีการดื่มที่ถูกต้อง เนื่องจากสภาวะแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่างสถานการณ์กัน  จึงควรปรึกษาผู้รู้หรือคุณหมอด้วยก็จะดี เพื่อความสบายใจ เพราะของทุกอย่างมีให้คุณ ก็มีให้โทษได้ด้วย หากไม่รู้จักวิธีใช้ที่ถูกต้อง …

ตัวผู้เขียนเอง เคยประเมินสุขภาพด้วยลูกดิ่งจากอาจารย์นักธรรมชาิติบำบัด ทุกครั้งที่ประเมินก็จะพบว่ามีไขมันในลำไส้พอสมควรเหมือนกัน  ก็ทำชามะละกอบ้าง  นมสดโยเกิร์ตรับประทานบ้าง  เพื่อล้างระบบดูดซึมให้ดีขึ้น  หลังจากดื่มชาละกอไปเป็นเดือน  ก็รู้สึกว่ามีผลแตกต่างออกมาเหมือนกัน  จากที่เคยเป็นคนปวดปัสสะวะบ่อย  ดื่มน้ำเข้าไปไม่เกินชั่วโมงไม่ทันไรก็จะเข้าห้องน้ำเสมอ เดินทางไปไหนก็เลยกังวลแต่การดื่มน้ำแล้วจะต้องแวะห้องน้ำบ่อยทำให้ ไม่ค่อยดื่มน้ำ เลยยิ่งเป็นผลเสียต่อร่างกายมากขึ้นไปอีก  ก็เลยลองทำตามที่ตำราอาจารย์แนะนำเพื่อขจัดที่ต้นเหตุเลย  จะได้ไม่เหนื่อยแก้ปลายเหตุ

หลังจากรับประทานไปเป็นเดือน  ก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆเหมือนก่อน และก็ไม่ได้อั้นด้วย  เหมือนน้ำที่เราดื่มเข้าไปได้ไปซึมซับหล่อเลี้ยงตามส่วนต่างๆของร่างกาย คือ ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นภาระแก่ไตต้องคอยขับออก   ผู้เขียนก็ดื่มเป็นเดือน และก็เว้นไปบ้าง เพราะเราก็พยายามดูแลเรื่องอาหารการกินไม่ให้สะสมไขมันมาก  จึงกินบ้างเว้นบ้าง ค่ะ

16 ต.ค. 57 เพิ่มเติมข้อมูล

มีมาเพิ่มเติมข้อมูลนิดนึง เป็นส่วนสำคัญที่อาจขาดตกไป ต้องขออภัยอย่างมากที่ไม่ได้มาอัพเดทต่อเนื่องหรือขาดความละเอียดในคำอธิบาย เพราะโดยปกติตนเองจะดื่มชามะละกอไม่ถึงกับทุกวัน จะหยุดไปเป็นเดือน แล้วก็ทำทานเป็นระยะนึงอาจสักอาทิตย์บ้าง สองอาทิตย์บ้าง แล้วก็หยุดไปอาจหยุดเป็นเดือนก็มี ส่วนตัวไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่กับบางคนถ้ามีอะไรผิดปกติมากจริงๆก็ควรหยุดทานไปก่อน ศึกษาข้อมูลจากเวปไซต์ต่างๆด้วย และบางท่านได้มีโอกาสใกล้ชิดหมอ ก็ปรึกษาหาความรู้จากแพทย์ด้วยก็ได้ค่ะ ว่าสำหรับบางท่านนั้นอาจไม่เหมาะจะทานเนื่องด้วยเพราะอะไรบ้างค่ะ

แต่ก็เคยมีหนึ่งทางเลือกที่ตัวเองเคยทดลองใช้เพื่อต้องการเห็นผลไว และไม่มีผลข้างเคียงอะไร คือ ซื้อไวต้าไลท์มาทานเป็นซองแบบสำเร็จรูปมาชงดื่ม แต่อาจจะมีราคามากสักหน่อย แต่เป็นทางเลือกสำหรับบางท่านที่พอมีงบและต้องการความสะดวกด้วยก็อาจซื้่อหามาดื่มแทนชามะละกอก็ได้ค่ะ ลองหาข้อมูลเป็นทางเลือกดูนะคะ

ทั้งนี้และทั้งนั้น อาหารการกินทุกอย่าง เราต่างศึกษาหาความรู้ว่าทานสิ่งใดมากไปหรือน้อยไปมีผลเสียเกิดขึ้นกับร่างกายอย่างไรบ้าง หรือแม้แต่การกินอาหารต่างๆเพื่อสร้างเสริมสิ่งที่ร่างกายต้องการและขาดหายไป คือ บางทีได้รับข้อมูลด้านเดียวไม่เพียงพอ ต้องค้นหาข้อมูลให้ครอบคลุมจากแหล่งต่างๆ จะได้ไม่วิตกกังวลเกินไป ทุกสิ่งอย่างมีด้านดีก็อาจมีด้านลบค่ะ มีสิ่งที่ขาดหายก็มีสิ่งมาเติมเต็มเพื่อความสมดุล

อย่างการดื่มชามะละกอทุกวันเกินไป อาจทำให้กระดูกผุ  หรือต้องการทราบเรื่องเกี่ยวกับการดื่มชามะละกอเพิ่มเติม สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากอ้างอิงด้านล่างนี้ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=183.0;wap2

ความไม่ลับมาอัพเดต :

<> ขณะปัสสาวะให้กัดฟันไว้ ไตจะแข็งแรง 

<>  เวลาถ่ายอุจจาระอยู่ ให้หลับตาไว้ด้วย  กำหนดจิตไปด้วยว่า “เราจะปลดปล่อยอดีตของเราให้หมดสิ้น” จะช่วยให้ลำไส้ใหญ่แข็งแรง  ฟังดูชวนค้นหาว่า เอ๊ะ! เกี่ยวกันอย่างไร  ทุกคนฟังแล้วสามารถค้นหาคำตอบกันต่อไปได้ด้วยตนเองตามวิธีแต่ละคน  แต่อย่างน้อย เคล็ดไม่ลับเพียงแค่นี้ก็ไม่ได้เสียหายนี่นา จริงไหม

<>

<>

 

 

ว่างมาต่อนะคะ

15 thoughts on “การล้างไขมันในลำไส้

  1. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ ดิฉันเองเป็นคนที่ทานอาหารมากกว่าคนอ้วนหลายๆ คน แต่กลับมีน้ำหนักแค่ 35 กก. (สูง 151 ซม.) ซึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนเคยหนัก 43 กก. มีลูกสองคนแล้วก้อไม่อ้วน แถมมีอาการปัสสาวะบ่อยมาก ขนาดต้องไปพบแพทย์ แพทย์แค่ระบุว่ากระเพาะปัสสาวะทำงานไวให้ยามาทาน พอยาหมดก้อเป็นเหมือนเดิม ดิฉันจะลองใช้สูตรนี้ดูค่ะ เผื่อว่าร่างกายจะดีขึ้น

    • โดยส่วนตัวดิฉันเองไม่ได้เคร่งว่าต้องกินชามะละกอทุกวันตลอดไป อาจต้มกินสักเดือนหยุดสักอาทิตย์ค่อยมาต้มทานใหม่ก็ได้ วันไหนลืม ของหมดไม่ได้ต้มทานก็ไม่ต้องไปซีเรียสค่ะ กินเป็นอาหารไม่ใช่ถือหลักว่าคือยา แต่เวลาใช้ปริมาณมะละกอไม่ต้องมากแบบในภาพก็ได้ค่ะ วันนั้นดิฉันไม่อยากเหลือไว้เลยลงหมด เอาแค่ครึ่งลูกพอกับน้ำสักสองหรือสามลิตร ลองดูนะคะเผื่ออาจจะถูกกับสาเหตุ ขอให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นนะคะ

    • ปกติจะไม่เคยได้ยินว่าดื่มแล้วปวดหลังค่ะ จะมีจากความเห็นแลกเปลี่ยนจากบางคนในเวปอื่นว่า กินแล้วระยะแรกคอแห้งบ้าง เพลียๆบ้างเล็กน้อย แต่พอปรับตัวอีกสักระยะก็ปกติดีคะ ลองถามเข้าไปในเวป pendulumthai.com ที่เวปบอร์ดเผื่อจะมีกรณีคล้ายๆกันมาแชร์ประสบการณ์และได้ถามจากผู้รู้โดยตรงนะคะ

    • ดีท๊อกแล้วอ้วนไหมสำหรับสูตรนี้ เท่าที่เคยค้นหาข้อมูลไม่เคยได้ยินความเห็นจากเวปใดๆบอกถึงตรงนี้ค่ะ ปกติการขจัดไขมันจากลำไส้ออกบ้างเพื่อให้ระบบดูดซึมทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าจะอ้วนขึ้นน่าจะมาจากปัจจัยอื่นๆมากกว่า หรือลองสืบค้นเพิ่มเติมจากผู้มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญอาจได้คำตอบค่ะ

    • ไม่เกี่ยวกันค่ะ ดื่มได้ทุกเวลา ทยอยดื่มเรื่อยๆ ไม่ต้องถึงกับแทนน้ำเปล่าก็ได้ค่ะ ดื่มแล้วหยุดบ้างก็ได้ไม่ได้บังคับว่าต้องดื่มทุกวันตลอดไป อาจดื่มระยะนึงซึ่งบางคนก็อาจเป็นแค่เดือน สองเดือน แล้วรู้สึกว่าค่อยๆมีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น จะหยุดดื่มแล้วสักระยะก็มาดื่มใหม่ก็ได้ค่ะ

      • เพิ่มเติมข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึง เป็นส่วนสำคัญที่อาจขาดตกไป ต้องขออภัยอย่างมากที่ไม่ได้มาอัพเดทต่อเนื่องหรือขาดความละเอียดในคำอธิบาย เพราะโดยปกติตนเองจะดื่มชามะละกอไม่ถึงกับทุกวัน จะหยุดไปเป็นเดือน แล้วก็ทำทานเป็นระยะนึงอาจสักสองอาทิตย์ แล้วก็หยุดไปอาจหยุดเป็นเดือนก็มี ส่วนตัวไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่กับบางคนถ้ามีอะไรผิดปกติมากจริงๆก็ควรหยุดทานไปก่อน ศึกษาข้อมูลจากเวปไซต์ต่างๆด้วย และบางท่านได้มีโอกาสใกล้ชิดหมอ ก็ปรึกษาหาความรู้จากแพทย์ด้วยก็ได้ค่ะ ว่าสำหรับบางท่านนั้นอาจไม่เหมาะจะทานเนื่องด้วยเพราะอะไรบ้างค่ะ

        แต่ก็เคยมีหนึ่งทางเลือกที่ตัวเองเคยใช้เพื่อต้องการเห็นผลไว และไม่มีผลข้างเคียงอะไร คือ ซื้อไวต้าไลท์มาทานเป็นซองแบบสำเร็จรูปมาชงดื่ม แต่อาจจะมีราคามากสักหน่อย แต่เป็นทางเลือกสำหรับบางท่านที่พอมีงบและต้องการความสะดวกด้วยก็อาจซื้่อหามาดื่มแทนชามะละกอก็ได้ค่ะ ลองหาข้อมูลเป็นทางเลือกดูนะคะ

        ทั้งนี้และทั้งนั้น อาหารการกินทุกอย่าง เราต่างศึกษาหาความรู้ว่าทานสิ่งใดมากไปหรือน้อยไปมีผลเสียเกิดขึ้นกับร่างกายอย่างไรบ้าง หรือแม้แต่การกินเพื่อสร้างเสริมสิ่งที่ร่างกายต้องการและขาดหายไป คือ บางทีได้รับข้อมูลด้านเดียวไม่เพียงพอ ต้องค้นหาข้อมูลให้ครอบคลุมจากแหล่งต่างๆ จะได้ไม่วิตกกังวลเกินไป ทุกสิ่งอย่างมีด้านดีก็อาจมีด้านลบค่ะ มีสิ่งที่ขาดหายก็มีสิ่งมาเติมเต็มเพื่อความสมดุล ลองดูนะคะ

        หรือต้องการทราบเรื่องเกี่ยวกับการดื่มชามะละกอเพิ่มเติม สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากอ้างอิงด้านล่างนี้ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
        http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=183.0;wap2

  2. จะทดลอง ทำดื่ม รู้สึกว่า ร่างกายอึดอัดชอบกล ทั้งที่ทานไม่มาก ขับถ่ายก็ไม่ปกติเท่าที่ควร
    ขอบคุณ สำหรับข้อมูล มีความรู้ใหม่ๆอย่าลืมอัพเดตนะจ๊ะ จะคอยติดตาม

    • อย่าลืมศึกษาความเข้ากันได้ของแต่ละร่างกายคนด้วยค่ะ บางคนถูกกับอาหารบำบัดชนิดใด ไม่ถูกกับชนิดใด จริงๆถ้าคนที่เรียนทางด้านการใช้เพนดูลั่มจะทราบเรื่องการทดสอบนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าอาหาร ถึงแม้จะทานได้บ่อย แต่หากทานสิ่งไหนมากไปก็อาจเป็นด้านลบเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นหากหมั่นสังเกตุตัวเราเองไปด้วย และกินให้หลากหลายบ้าง สลับสูตรกันไปมาบ้าง เมื่อนำมาปฏิบัติตนก็จะมีสมดุลในร่างกายนะคะ หมั่นติดตามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลายๆแขนงเป็นระยะ เผื่อบางที แม้แต่วิทยาการสมัยใหม่ทุกวันนี้ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ บางทีเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไปสิ่งที่เคยศึกษากันมาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยปัจจัยประกอบด้านอื่นๆร่วมก็เป็นได้ค่ะ คือ บางเรื่องก็อาจไม่ได้เกิดจากการบอกเล่าไม่หมดก็ได้ค่ะ อย่างไรก็ตามขอให้สุขภาพแข็งแรงนะคะ สู้ๆค่ะ

    • ดื่มเหมือนดื่มแทนน้ำอ่ะค่ะ ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องดื่มก่อนหรือหลังอาหารค่ะ ดื่มได้เรื่อยๆ
      แต่อย่าลืมเข้าไปอ่านลิงค์ตรงที่เข้าไปที่เวป pendulumthai.com ด้วยค่ะว่า การดื่มตลอดโดยไม่เว้นหยุดบ้างดื่มเป็นเดือนๆ จะมีผลอะไรบ้างไหมต่อเรา เข้าไปอ่านทำความเข้าใจอีกจุดนึงนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s