ความทรงจำแรกในชีวิต

๐ เด็กน้อยในอ้อมกอดพ่อ

ภาพความทรงจำแรกในชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
บางคนจำได้ดีตั้งแต่ยังเล็กมากๆ แต่ภาพแรกที่ตัวข้าพเจ้าเองจำได้ คือ ตอนประมาณสามขวบ เทียบจากความสูงตัวเองกับโต๊ะที่ยังใช้งานได้มาจนปัจจุบันเกือบ 40 ปีแล้ว ตัวนั้น
ที่ข้าพเจ้าเดินอยู่ข้างๆและเอามือเอื้อมไปแตะไปแตะมา แล้วเห็นพ่อกลับมาจากทำงาน เข้ามาอุ้มเราให้ตัวสูงกว่าโต๊ะแล้วหอมแก้ม ติดตามาจนทุกวันนี้ ^_^
แต่มีเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังทั้งที่ตัวเองพยายามนึกก็จำภาพไม่ได้เท่าภาพที่พ่อมากอด นั่นคือทุกเช้าตั้งแต่ไก่โห่ตีห้า จะตื่นแต่เช้าและเดินไปหลังบ้านของเพื่อนบ้านประจำๆ ทักทายผู้ใหญ่แต่เช้าว่า ” อาแปะตื่นแล้วเหรอ ” เพื่อนสมัยนั้นมาเล่าให้ฟังตอนโตว่า ข้าพเจ้าตื่นเช้าทุกวันตามพ่อกับแม่ ด้วยหน้าตาบ้องแบ๊ว ตาโตเป็นเอกลักษณ์ สมัยนั้นคางยังไม่งอนยังไม่เห็นสัญญลักษณ์ ฮ่าๆๆ ทำไมข้าพเจ้ากลับจำไม่ได้เหมือนตอนพ่อมาอุ้ม.

๐ ทำทานครั้งแรกในชีวิต

วัยเด็กสักสิบต้นๆส่วนใหญ่ก็ััยังถือว่าเป็นเด็กที่ยังต้อง กิน เล่น สนุกสนานประสาเด็ก ตอนเด็กไม่เกเรใคร ค่อนข้างหัวอ่อน ขี้กลัวบ้าง แต่่ส่วนใหญ่พี่ๆจะเป็นผู้ชายซะหมดเลยได้ความทะมัดทะแมงออกลุยมาจากพี่ชายบ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เรียบร้อยซะส่วนใหญ่ เด็กที่เล่นด้วยสมัยนั้นส่วนใหญ่ก็อยู่ระแวกซอยและในซอย วิ่งไล่จับบ้าง ตั้งเตบ้าง เล่นตุ๊กตากระดาษบ้าง เล่นขายของบ้าง บางวันก็ปีนรั้วหลังบ้านไปผจญภัยในสวนเล็กๆบ้าง สนุกอย่าบอกใครเชียว ยิ่งได้เห็นผลของพืชผักที่ออกผลผลิตมาให้เราได้เด็ดไปฝากแม่ แหม ดีใจสุดๆ
วันตรุษจีน เป็นอีกวันหนึ่งของเทศกาลของชาวจีนที่มักจะมีแต่ภาพความรื่นเริงสนุกสนาน ความอิ่มหนำสำราญ ญาติสนิทพี่น้องพร้อมหน้า บรรยากาศการเชิดสิงโต จุดประทัด แม้จะสร้างความกลัวแต่ก็อยากสัมผัส สิงโตเชิดมาหน้าบ้านทีไรวิ่งไปแอบชั้นสองแง้มผ้าม่านหน้าต่างดูระทึกทุกที กล้วอยู่ตัวนึงคือ แป๊ะยิ้ม กับ ซิ้มโบ๊ะ ฮ่าๆๆๆ กลัวยิ่งกว่าหัวสิงโตอีก
วันตรุษจีน เด็กๆมักมีความสุขที่สุดก็ตรงได้รับอั่งเปานี่แหละ สมัยเมื่อสามสิบปีก่อน ร้อยนึงก็ถือว่ามากโขสำหรับเด็กอย่างเราแล้ว แต่ก็ได้รับมากกว่านั้นและทุกครั้งมักเชยชมอยู่สักพักแล้วก็ต้องฝากแม่ไป
แต่ขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปถึงอีกซอยหนึ่ง ก็เหลือบไปเห็นเด็กชายสองคนแต่งตัวมอมแมม ไม่มีรองเท้าเล่นซ่อนแอบกันในซอย ทั้งๆที่เขาก็ดูเหมือนจะอายุมากกว่าเรานิดหน่อย แต่แค่เห็นเขาใส่เสื้อผ้าเก่าๆไม่มีรองเท้า ก็สงสาร เอาเงินที่ได้จากผู้ใหญ่ให้แต๊ะเอีย 100 บาท ยื่นให้ไปและบอกว่า เอาไปแบ่งกันนะ เท่านั้นและกลับมาด้วยความรู้สึกเป็นสุข.

๐ เกือบเสียชีวิตจากไข้เลือดออก

วัยประถมต้น เคยเป็นไข้เลือดออกสมัยนั้นหลังบ้านเป็นสวน ยุงชุม และที่บ้านก็ข้าวของเยอะไปหมด มีซอกหลืบให้ยุงมาอาศัย ตอนเป็นก็ไม่รู้หรอกว่าคือไข้เลือดออก สมัยนั้นการรณรงค์การป้องกันก็ไม่มีเหมือนสมัยนี้ เป็นอยู่กี่วันก็จำไม่ได้รู้แต่ว่าลุกไม่ได้ พอจะลุกก็ล้มตึงล้มตึง ตอนกลางวันแม่ไม่อยู่ต้องไปขายของ มีหลานแม่อยู่ด้วยแต่เขาก็ยังวัยรุ่นดูแลเราไม่เป็น บอกอะไรผู้ใหญ่ไม่ค่อยเป็น จนผ่านไปหลายวันไม่รู้กี่วัน อาการท่าไม่ดีแม่ต้องพาไปหาคลีนิคหมอที่คุ้นเคย จำคำพูดหมอได้แว่วๆว่า ” ถ้ามาช้ากว่านี้อีกสองวันอาจตายได้ ” หมอให้ส่งโรงพยาบาลใหญ่และเมื่อถึงเขตของโรงพยาบาลข้าพเจ้าก็วืดไปแล้วคงหมดแรง
อยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เจ็บปลายนิ้วหมอเจาะเลือดประจำเลยเอาไปตรวจ ดูดเข็มใหญ่ก็มี เสียว แต่เห็นเตียงข้างๆเราแล้ว เรายังดีกว่าเยอะ นั่นเขาโดนเจาะหรือฉีดก็ไม่แน่ใจที่แถวฝ่าเท้าทุกวันเเลย ร้องโอดโอย
อยู่โรงพยาบาลนอนไม่ค่อยหลับทุกวัน แปลกที่ วันๆจินตนาการถึงอาหารที่แสนอร่อยเมื่อครั้งเราอยู่บ้านลอยมาตรงหน้าเป็นเถาปิ่นโตเลย เริ่มด้วย เย็นตาโฟ ก๊วยจั๊บ กระเพาะปลา ราดหน้า แหมป่วยยังจะนึกถึงอาหารอร่อยอีก.

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s